Categories
ข่าว

เกร็ดอาชีพกุนซือของ เชฟเชนโก้ สมควรแทน แลมพาร์ด?

เกร็ดอาชีพกุนซือของ เชฟเชนโก้  สมควรแทน แลมพาร์ด?

นอกจากจะเคยทำผลงานที่สุดยอดตอนลงไปวิ่งในสนามได้แล้วนั้น เชฟเชนโก้ ยังได้รับคำชมพอตัวกับการขึ้นมาเป็นกุนซือด้วย หลังจากพา ยูเครน ไปลุยศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้าย ที่จะเตะกันในปีหน้าได้สำเร็จ ทั้งที่เขาเพิ่งเข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2016 และเพิ่งมีอายุแค่ 44 ปีเท่านั้น

ในฐานะนักเตะนั้นฝีเท้าของ อังเดร เชฟเชนโก้ ถือว่าไร้ข้อกังขา แม้ว่าเขาจะเคยทำผลงานได้น่าผิดหวังตอนมาเล่นกับ เชลซี แต่ฟอร์มที่เคยทำได้กับ ดินาโม เคียฟ, เอซี มิลาน และทีมชาติยูเครนถือว่าสุดยอดจนกลบช่วงเวลาอันเลวร้ายตอนมาค้าแข้งในอังกฤษได้แทบหมดจด

ผลงานดังกล่าวเป็นส่วหนึ่งที่ทำให้ เบ็ทแฟร์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายรายหนึ่งยกให้ เชฟเชนโก้ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เชลซี หากมีการปลด แฟร้งค์ แลมพาร์ด ออกจากตำแหน่ง ซึ่งวันนี้เราจะมาดูเกร็ดที่น่าสนใจในอาชีพการเป็นกุนซือของ “เชว่า” กันสักหน่อย

กำลังแย่

แม้ว่าจะนำทีมไปเล่นศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้ายได้ แต่ตอนนี้ เชฟเชนโก้ ก็กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องคิดอยู่ทุกวันว่าจะแก้ปัญหายังไงดีก่อนถึงศึกใหญ่ เพราะใน 7 นัดหลังสุดจากทุกรายการนั้น ทีมของเขาชนะเพียงแค่หนเดียว และแพ้ไปถึง 6 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการพ่าย ฝรั่งเศส 1-7 ในเกมอุ่นเกือก

  แม้ว่านัดเดียวที่ชนะในรอบ 7 เกมที่ผ่านมาจะเป็นการเฉือนยักษ์ใหญ่อย่าง สเปน 1-0 ในเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ปี 2020 แต่มันก็ไม่ดีพอที่จะทำให้ทีมรอดจากการเป็นบ๊วยของกลุ่มได้ และนั่นทำให้ในการแข่ง เนชั่นส์ ลีก หนหน้า ยูเครน ต้องหล่นไปอยู่ในลีก บี

ผลงานโดยรวม

 จนถึงตอนนี้ เชฟเชนโก้ ทำงานในฐานะกุนซือไปแล้ว 41 เกม คิดเป็นชนะ 21 เกม เสมอ 9 นัด และแพ้ 11 หน โดยถ้าเกิดสมมุติทุกเกมมันมีความหมายและนับเป็นคะแนนแบบลีกแล้วล่ะก็ ทีมของเขาก็จะเก็บได้ถึง 72 คะแนน หรือคิดเป็น 1.76 แต้มต่อเกม

นอกจากนี้ ทีมของ เชฟเชนโก้ ยังสามารถทำได้ถึง 56 ประตูด้วย แต่เกมรับก็มีปัญหาในระดับหนึ่งเพราะโดนคู่แข่งพังตาข่ายไปถึง 48 หน

 เกมที่แย่ที่สุด

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ฝรั่งเศส ก็เป็นทีมที่น่ากลัว เพราะพวกเขามีนักเตะชั้นยอดโผล่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ และชุดปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะมีแข้งชั้นยอดให้ใช้งานหลายราย อย่างเช่น ปอล ป็อกบา, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อ็องตวน กรีซมันน์ เป็นต้น

ถึงกระนั้น มันก็ไม่มีใครคาดคิดว่าทีมของ เชฟเชนโก้ จะแพ้แบบหมดสภาพ 1-7 ในเกมอุ่นเครื่องที่สนาม สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปี 2020 ซึ่งที่จริงวันนั้นทีมของ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ไม่ได้ใช้ทั้ง ป็อกบา, กรีซมันน์ และ เอ็มบั๊ปเป้ เป็นตัวจริงด้วยซ้ำ โดย 2 คนหลังยังทำประตูในตอนที่โดนเปลี่ยนลงสนามได้ด้วย

เกมที่ดีที่สุด

วันที่ 7 มิถุนายน ปี 2019 เชฟเชนโก้ ต้องนำทีมเจอกับ เซอร์เบีย ในเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม บี โดยมันเป็นเกมที่ 3 ของ ยูเครน ในการลงเล่นรายการนั้น ซึ่ง 2 เกมก่อนหน้านั้นพวกเขาเสมอ โปรตุเกส 0-0 และชนะ ลักเซมเบิร์ก แบบหวุดหวิด 2-1

ตอนแรกหลายคนคิดว่านี่จะเป็นเกมที่ยากของ เชฟเชนโก้ เพราะขุนพลเลือดเซิร์บเคยบุกไปเสมอ โปรตุเกส ถึงบ้านของอีกฝ่าย 1-1 ในนัดก่อนหน้านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าวันนั้น ยูเครน เล่นได้สุดยอดจนชนะไปแบบขาดลอย 5-0 ซึ่งจนถึงตอนนี้นั่นก็เป็นเกมที่ เชฟเชนโก้ ชนะได้ขาดลอยที่สุดในอาชีพการเป็นกุนซือ

SA777

นัดประเดิม

ก่อนจะมาคุม ยูเครน ชุดใหญ่นั้น เชฟเชนโก้ ทำงานเป็นผู้ช่วยของ มายคาโย่ โฟเมงโก้ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ปี 2016 ภายหลัง โฟเมงโก้ แยกทางกับทีมตอนจบศึก ยูโร 2016 ที่ ยูเครน จอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกมแรกในการสวมสูทคุมทีมของ เชฟเชนโก้ ได้แก่เกม ฟุตบอลโลก 2018 กลุ่ม ไอ นัดเปิดรัง โอลิมปิก สเตเดี้ยม เจอกับ ไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน ปี 2016

นัดดังกล่าวจบลงที่การเสมอกัน 1-1 โดยที่ทีมเยือนขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก อัลเฟรโดอ ฟินน์โบกาสัน ก่อนที่ทีมของ เชฟเชนโก้ จะตีเสมอได้จาก อังเดรย์ ยาร์โมเลนโก้ ในนาทีที่ 41 น่าเสียดายที่วันนั้นไม่มีแฟนบอลเป็นสักขีพยานในสนามแม้แต่คนเดียว เพราะ ยูเครน ถูก ฟีฟ่า สั่งให้ลงเล่นแบบไร้คนดูในเกมเหย้า 1 นัด โทษฐานที่แฟนบอลของพวกเขาเคยแสดงพฤติกรรมเชิงเหยียดผิว/แบ่งแยกเชื้อชาติในเกม ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลทือก นัดกับ ซาน มาริโน่ 

********************************

สนับสนุนข่าวโดย ayearineurope.com

สนใจเว็บพนันออนไลน์ SA777 ที่นักพนันทุกคนเลือกเล่น

********************************